...

ภารกิจหลัก

ภารกิจหลัก 2 : ภารกิจด้านการบริการ

1. งานบริการและวิจัยคลินิก

1.1 คลินิกป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
• บริการตรวจและรักษา ผู้ถูกสัตว์ที่สงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัดด้วยการฉีดวัคซีนและเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
• บริการฉีดวัคซีนป้องกันล่วงหน้าสำหรับผู้มีโอกาสสัมผัสโรคและกลุ่มเสี่ยง
• เจาะเลือดตรวจภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้าในคน
• ให้คำปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าสำหรับประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์

1.2 คลินิกเสริมภูมิคุ้มกันและอายุรศาสตร์การท่องเที่ยว
• บริการตรวจ ฉีดวัคซีนและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวัคซีนชนิดต่างๆสำหรับประชาชนทั่วไป ผู้ใหญ่และผู้เดินทาง
• ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการรับยาป้องกันมาลาเรียและการรับยาป้องกันก่อนเดินทางขึ้นที่สูง
• เจาะเลือดตรวจภูมิคุ้มกันก่อนรับวัคซีน
• ทดสอบการติดเชื้อวัณโรค (PPD Test) พร้อมออกเอกสารใบสำคัญรับรองการฉีดวัคซีนหรือยาป้องกันโรคระหว่างประเทศ(Yellow Book)/สมุดบันทึกวัคซีน/ใบรับรองแพทย์อื่นๆ

1.3 คลินิกพิษจากสัตว์
• บริการตรวจ รักษาผู้ที่ถูกสัตว์มีพิษกัด
• ให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์สำหรับประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์

    นักเรียน นักศึกษาจากสถาบันต่างๆเข้ามาศึกษาดูงานเรื่องโรคพิษสุนัขบ้า และTravel Medicine โรคเขตร้อน และการให้วัคซีนในผู้ใหญ่และผู้เดินทาง รวมถึงพิษจากสัตว์ และกลุ่มบุคลากรสาธารณสุขจากสถาบันต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

Asian Rabies Advisory Group of Experts (ARAGE) สถานเสาวภาเป็นผู้ริเริ่ม จัดงานประชุม Asian Rabies Advisory Group of Experts (ARAGE) ในปี 2561 และปี 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์การระบาดรวมถึงแนวทางในการรักษาด้านโรคพิษสุนัขบ้าของผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆในแถบเอเซีย โดยมีประเทศที่เข้าร่วมประชุมคือ อินเดีย ศรีลังกา ปากีสถาน บังคลาเทศ กัมพูชา พม่า มาเลเซีย เวียดนาม เนปาลและประเทศไทย

2. งานชันสูตรและวิจัยโรคในสัตว์

ให้บริการในเวลาราชการ ตั้งแต่เวลา 8.30 -16.30 น. ดังนี้

2.1. ตรวจวินิจฉัยโรคพิษสุนัขบ้า จากซากสัตว์หรือในสัตว์ที่ยังมีชีวิต
• จากซากสัตว์ ตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธีมาตรฐาน 2 วิธี คือ Direct Fluorescent Antibody Test (DFA) และ Mouse Inoculation Test (MIT)
• สัตว์มีชีวิต ตรวจวินิจฉัยโดยการประเมินอาการทางคลินิกของสัตว์ป่วยที่ต้องสงสัย

2.2. กักกันสัตว์ที่ต้องสงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้า หรือสัตว์ที่มีประวัติกัดคนไข้และมีอาการน่าสงสัย เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า คัดแยกโดยการกักสัตว์ที่สัมผัสกับโรคพิษสุนัขบ้าออกเพื่อป้องการแพร่ ระบาดของโรค


2.3. บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่สัตว์เลี้ยง

2.4. ให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องโรคพิษสุนัขบ้าและระบาดวิทยาโดยนายสัตวแพทย์

2.5. ตรวจวัดระดับภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้าในกระแสเลือดของสัตว์เลี้ยง เพื่อการวินิจฉัย หรือเพื่อใช้ เป็นหลักฐานอ้างอิงในการนำสัตว์เลี้ยงเดินทางผ่านเข้าออกระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ยังอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาขอรับบริการนอกเวลาราชการ ระหว่างเวลา 16.30 - 8.30 น.ของวันรุ่งขึ้น หรือในวันหยุดราชการตลอดทั้งวัน คือ
1. รับซากสัตว์นอกเวลาราชการเพื่อตรวจชันสูตรโรคพิษสุนัขบ้าในวันทำการถัดไป
2. รับฝากขังสัตว์เพื่อดูอาการของสัตว์ป่วยที่กัดคนหรือสัตว์ที่มีอาการทางคลินิกในกลุ่มต้องสงสัยโรคพิษสุนัขบ้า

การตรวจวินิจฉัยโรคพิษสุนัขบ้าทางห้องปฏิบัติการ ด้วยการตรวจวิธีมาตรฐานหรือ Direct Fluorescent Technique ซึ่งมีความแม่นยำสูง รวดเร็ว และจำเพาะเจาะจง เป็นวิธีที่ห้องปฏิบัติการใช้กันทั่วโลก

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้สัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงที่มีอายุครบ 3 เดือน หรือเพิ่งได้รับมาเลี้ยงเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวจำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และฉีดซ้ำทุก ๆ ปี

3. สวนงู สถานเสาวภา สภากาชาดไทย

       สวนงู สถานเสาวภา ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2466 เนื่องจากในประเทศไทย ตั้งอยู่ในลักษณะภูมิประเทศที่มีงูอาศัยอยู่หลากหลายชนิด และในอดีตพบงูชุกชุมได้ทั่วไปจนเป็นสาเหตุ ให้มีประชาชนจำนวนมากถูกงูพิษกัด เเต่ในสมัยนั้นยังไม่มีเซรุ่มเเก้พิษงูรักษาผู้ที่ถูกงูพิษกัดในประเทศไทย ดร.เลโอโปลด์ โรแบรต์ ผู้อำนวยการคนแรกของสถานเสาวภา จึงได้จัดหาเงินทุนในการสร้างสวนงูขึ้นในบริเวณของสถานเสาวภา เพื่อใช้เป็นสถานที่เลี้ยงงูพิษ สำหรับรีดพิษงู และนำไปผลิตเซรุ่มเเก้พิษงู จึงกล่าวได้ว่าสวนงู สถานเสาวภาก่อตั้งขึ้นเป็นแห่งที่ 2 ของโลก เเห่งเเรกของเอเชีย และยังเป็นหน่วยงานที่เป็นสัญลักษณ์โดดเด่นแห่งหนึ่งของสภากาชาดไทย


ปัจจุบันสวนงูมีภารกิจหลักอยู่ 3 ประการ


ภารกิจแรก
สวนงูเป็นสถานที่เลี้ยงงูพิษ เพื่อนำไปรีดพิษ สำหรับผลิตเซรุ่มแก้พิษงู ซึ่งในปัจจุบันก็ได้มีการขยายขอบข่ายของงานเพิ่มเติมในส่วนของงานเพาะเลี้ยงงูเพื่อการอนุบาลและอนุรักษ์ชนิดพันธุ์งูที่สำคัญของประเทศไทย และงานด้านคลินิกรักษางู เพื่อตรวจดูแลสุขภาพงูให้แข็งแรงและรักษางูป่วยหรือได้รับบาดเจ็บในขณะที่ได้รับความช่วยเหลือมาจากภายนอก และในอนาคตจะมีการเปิดคลินิกสัตว์เลื้อยคลานเพื่อให้บริการตรวจรักษาสัตว์เลี้ยงกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานของประชาชนทั่วไป



ภารกิจที่สอง

สวนงูเป็นแหล่งให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องงู พิษงู และวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธีเมื่อถูกงูกัด ผ่านรูปแบบของนิทรรศการสวนงู การเเสดงการสาธิตการรีดพิษงูและการจับงู โครงการอบรมเเละฝึกปฏิบัติจับงูให้เเก่บุคคลภายนอก การจัดการอบรมเเละกิจกรรมพิเศษต่างๆ รวมถึงการให้ความอนุเคราะห์วิทยากรไปบรรยายให้ความรู้นอกสถานที่ และการเผยเเพร่ความรู้และข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องงูและสวนงูผ่านทางสื่อช่องทางต่างๆ


ภารกิจที่สาม
สวนงูเป็นแหล่งวิชาการ สถานที่ศึกษาและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทั้งทางด้านพื้นฐาน และประยุกต์เกี่ยวกับเรื่องงูและพิษงูจนได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลกให้เป็น WHO Collaborating Center for Venomous Snake Toxicology and Research

โดยปกติสวนงูจะเปิดทำการทุกวัน
วันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งเเต่เวลา 9.30 - 15.30น. โดยจะมีการเเสดงการสาธิตการรีดพิษงู เวลา 11.00น. และการเเสดงการสาธิตการจับงู เวลา 14.30น.
วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดตั้งเเต่เวลา 9.30 - 13.00น. และจะมีการเเสดงการสาธิตการจับงู เวลา 11.00น.

เเต่เนื่องจากสถานการณ์การเเพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 สวนงูจึงปิดทำการชั่วคราวในวันเสาร์ วันอาทิตย์ เเละวันหยุดนักขัตฤกษ์